หน้าแรก ระเบียบการ ตารางการอบรม ลงชื่อเข้าอบรม และรายชื่อผู้เข้ารับการอบรม ภาพกิจกรรม กระดานข่าว ติดต่อมูลนิธิ แผนที่
 
For English | Enrollment | Registration
ข้อมูลศูนย์

มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ (ศูนย์ ๑ )



มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ (ศูนย์ ๒ )

ท่านใดมีความประสงค์ที่จะ
ร่วมบริจาคสมทบการอบรม
กรุณาโอนเข้าบัญชี : มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่

ธนาคารกสิกรไทย
สาขา โรบินสันแอร์พอร์ตพลาซ่า เชียงใหม่
เลขที่ 457-2-02708-8

ธนาคารกรุงเทพ
สาขา ท่าแพ เชียงใหม่
เลขที่ 251-4-68687-8
 
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร

 
ความรู้สึกจากใจโยคีนศพ.รุ่น เต่าถุย Junior
โดยคุณ : โยคีเลขา ความรู้สึกโยคี รุ่น เต่าถุย Junior (นศพ.มช. 1/55)
14 – 21 มี.ค 55

นศพ.ปฏิพัทธ์ พิรุฬห์รุ่งเรือง : วันที่1 : รู้สึกไม่อยากเข้ามาทำวิปัสสนา รู้สึกอยากจะกลับบ้าน ข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจว่าการวิปัสสนาจะได้รับอะไร รู้สึกว่าการนั่งสมาธิ ทรมานมาก

วันที่2 : รู้สึกอยากทำวิปัสสนาขึ้นมาบ้าง รู้สึกเห็นถึงประโยชน์ของวิปัสสนา

วันที่3 : วันนี้ข้าพเจ้ามีความตั้งใจในการทำวิปัสสนา มีการกำหนดอิริยาบถย่อยมากขึ้น

วันที่4 : วันนี้เริ่มมีบัลลังก์อธิษฐาน และมีเวลานานขึ้น ข้าพเจ้าต้องอาศัยความอดทน พากเพียรมากขึ้น จิตใจมีความสงบนิ่งขึ้น

วันที่5 : ตอนช่วงแรกข้าพเจ้ายังไม่รู้สึกปวด จนใกล้จบบัลลังก์ ข้าพเจ้ารู้สึกปวดมาก แต่ข้าพเจ้าก็อดทนสู้จนจบได้ รู้สึกว่าวันนี้ข้าพเจ้านั่งสมาธิได้สงบนิ่งมาก มีความสุขดี

วันที่7 : รู้สึกตกใจ และเสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว


นศพ.พาวุฒิ กำไร : วันที่1 : ผมรู้สึกผิดหวัง และเศร้ามาก แถมไม่ได้พูด ดังนั้นวันแรก ผมเซ็งมาก และไม่อยากเข้า คิดถึงทุกๆ อย่างที่เราจากมา

วันที่2 : วันนี้ผมรู้สึกว่า ผมจะคิดเป็นทุกข์อย่างไร ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา และยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นทุกข์ ทำอะไรก็ไม่ได้ ดังนั้นตอนเช้า ตีสี่ผมจึงเปิดใจยอมรับ และปฏิบัติทุกอย่างตามกฎ ตามระเบียบ และเมื่ออาจารย์พูดถึงผลก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากปฏิบัติมากขึ้น เกิดความเพียรพยายาม

วันที่4 : เนื่องจากเมื่อวานผมทนปวดไม่ได้ ดังนั้นผมจึงตั้งสัจจะไว้ว่า วันนี้ผมจะทน เพราะเราเกิดมาต้องเจอกับความทุกข์อยู่แล้ว มันอาจจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นผมจึงทำใจให้สู้ และยอมรับมัน กำหนดอย่างแน่วแน่ และไม่ขยับ แต่ก็ควบคุมความเจ็บไม่ได้ ยังเห็นความเจ็บเป็นของตนอยู่

วันที่5 : ตอนเที่ยงผมรวบรวมสติ ระลึกว่า เรามาทำอะไรกันแน่ เรามาเพื่ออยู่กับความทุกข์ทรมาน ดังนั้นเราต้องสู้ เพื่ออยู่กับมันให้ได้

วันที่7 : วันนี้ผมอยากรู้สึกขอบคุณตัวเองมาก เพราะผมรู้สึกว่า ผมได้อะไรจากค่ายนี้มากขี้น และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ดี และได้นำไปใช้ในการเรียนแพทย์ได้ แม้จะไม่ได้ผลสูงสุดของการปฏิบัติ แต่ผมได้ทำให้ตัวเองรู้จักสิ่งที่ถูกต้องมากขนาดนี้ ผมก็พอใจแล้ว


นศพ.จินต์จุฑา ภานุมาสวิวัฒน์ : วันที่1 : รู้สึกอึดอัดมาก แค่ครึ่งวันก็เหมือนอยู่เป็นอาทิตย์ ไม่มีความสุขเลย อย่างเดียวที่รู้สึกดีคือ อาหารอร่อยๆ กับบรรยากาศดีๆ

วันที่2 : รู้สึกเหนื่อยมาก พยายามจดจ่อในการเดินจงกรม กับนั่งสมาธิแต่เผลอหลับเสมอ

วันที่3 : มีความศรัทธาในการทำกรรมฐานมากขึ้น

วันที่4 : ไม่ง่วงนอนเลย หลังจากตื่นขึ้นมาทำทั้งวัน และการเดินจงกรมในระยะที่4 รู้สึกทำได้ดี

อาหาร : อาหารอร่อยมากๆ ในทุกมื้อ การบริการดีเยี่ยม ประทับใจมากๆ ขอบคุณมากนะคะที่ทำอาหารให้พวกหนู ต้องตื่นเช้าไปด้วย

วิทยากร : ให้ความเอาใจใส่ต่อนักศึกษาดีมากๆ ให้คำปรึกษาที่ดี และยังดูแลดี แม้ว่านักศึกษาจะเฉื่อยชาไม่ตั้งใจ แต่ก็ยังใส่ใจพวกเราอย่างดีเสมอ

เนื้อหาสาระ : มีเนื้อหาที่เข้าใจได้ต่อบุคคลทั่วไป แม้ว่าหนูจะไม่มีความรู้แต่ก็เข้าใจได้ และบางเรื่อง เช่นศีล ก็ทำให้หนูตระหนักต่อการทำความดี

ขอบคุณอาจารย์ และวิทยากรทุกท่านมีความเมตตา ขอให้อาจารย์และวิทยากรทุกท่านยังคงดำเนินกิจกรรมเช่นนี้ต่อไปนะคะ เพราะช่วยพัฒนาจิตใจของผู้ที่มาปฏิบัติได้ดี


นศพ.ภูมิพัฒน์ ทรงวุฒิ : วันที่1 : ข้าพเจ้ามาด้วยความรู้สึกอคติ เนื่องจากเห็นว่าเป็นสำนักวิปัสสนาที่ไม่ใช่ของพระ หรือชี และเข้าใจว่าเป็นพุทธพาณิชย์ เพราะเห็นว่ามีการจ่ายเงินของคณะ ซึ่งต่างจากการที่ข้าพเจ้าไปปฏิบัติธรรมที่อื่นซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติ
พอข้าพเจ้าลงจากรถ ข้าพเจ้ายิ่งมั่นใจ เพราะดูจากจากสถานที่ที่สวยหรู ทำให้ข้าพเจ้ากระทำสิ่งที่ผิดศีลคือ โกหก ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้ทำมานานซึ่งต้องขออโหสิด้วย เพราะเมื่อข้าพเจ้าไม่ศรัทธา ข้าพเจ้าช่วงแรกจึงไม่เคารพกฎของที่นี่ กล่าวคือ ข้าพเจ้าไม่ได้ฝากมือถือ แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ปฏิบัติ ข้าพเจ้าเห็นถึงประโยชน์ ข้าพเจ้าจึงไม่เปิดเครื่อง และไม่เอาออกจากกระเป๋าด้วย แต่ยังไงก็ขอขมา

วันที่2 : ข้าพเจ้าเริ่มปฏิบัติด้วยความตั้งใจมากยิ่งขึ้น รู้สึกยินดีที่ได้ทาที่นี่

วันที่3 : ได้รับคำตอบของวิปัสสนา ซึ่งข้าพเจ้าเคยปฏิบัติที่อื่นมา แต่พอเห็นอะไรไม่เคยบอกใคร เก็บเอาไว้กับตนตลอด ทำให้หลงในวิปัสสนูปกิเลสมานานแสนนาน

วันที่5 : ความเพลียสะสมเริ่มรบกวน แต่ก็อัศจรรย์ใจที่ตอนนั่งสมาธิ บริกรรม “ไม่ง่วงหนอ” ทำให้รู้สึกโล่งเย็น ซาบซ่านจนความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง



นศพ.หฤทชนัน มาลัยรุ่งเรือง : วันที่1 : รู้สึกค่อนข้างอึดอัด และตกใจที่ ที่นี่ปฏิบัติกันอย่างเคร่งเครียดขนาดนี้ เดินช้ามาก ที่ห้ามพูด ห้ามใช้มือถือ ก็แอบอึดอัดในเบาๆ

วันที่2 : ตอนเดินจงกรมก็รู้สึกดีขึ้น ไม่น่าเบื่อเหมือนวันแรก การนั่งสมาธิ และการกำหนดทำได้ดี ตอนฟังธรรมช่วงเช้ารู้สึกดีชอบ และได้ข้อคิดเตือนสติหลายอย่างมาก

วันที่6 : หลักธรรมบางอันเริ่มปรากฏขึ้นมาในใจ พิสูจน์ให้เราเห็นกับสิ่งที่เราเฝ้าสงสัย ตอนนั่งสมาธิทั้งวันนั้น ทุกบัลลังก์รู้สึกตัวเอง สงบ นิ่ง และกำหนดจับความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น

วันที่7 : เดินจงกรม และการนั่งสมาธิทำได้ดีที่สุด เพราะคิดว่าเป็นวันสุดท้ายด้วย รู้สึกว่าหลังจากการทำวิปัสสนาครั้งนี้ ทำให้จิตใจของฉันละเอียดมากยิ่งขึ้น และรู้สึกใจเย็นกว่าเดิม

อาหาร : อ้วนขึ้นเลยค่ะ

วิทยากรเจ๋งมากๆ ค่ะ ปราบลิงอย่างพวกเราอยู่ ต้องขอขอบพระคุณ



นศพ.นันท์นภัส บุญมา : รู้สึกใจหายเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว รู้สึก 7 วันที่ผ่านมาเป็นวันที่มีค่ายิ่ง เพราะการปฏิบัติวิปัสสนามีประโยชน์เป็นอย่างมากในด้านการเรียน และการประยุกต์ในการดำเนินชีวิต



นศพ.ญาณิศา ถปะติวงศ์ : วันที่3 : รู้สึกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไนทุกข์เท่ากับกรนั่งสมาธิอีกแล้ว

วันที่6 : เหลือบไปเห็นน้ำตาเทียนหยดเป็นรูปคนไม่มีขา (มโนเอง) ก็เลยคิดแว้บขึ้นมาว่า เนี่ยดีแค่ไหนที่มีขาให้ปวด ปวดขากับไม่มีขาเลือกอะไร
เริ่มเบื่อก็โฟกัสไปที่จุดปวด สั่งให้มันหมุนๆๆ แล้วก็หายแว้บ ก็หายแฮะ แต่ทำไปทำมาปวดมากกว่าเดิมทั้งขา เลยเลิกทำ กลางคืนลองแกล้งถามคำถามโยคีรุ่นพี่ที่ดุๆ อยากรู้ว่าเขาดุจริง หรือดุบางเวลา ปรากฏว่าพี่เค้าก็ตอบใจดี แปลว่าดุบางเวลา

วันที่7 : วันสุดท้ายแล้ว ไม่ค่อยสบาย วันนี้นั่งมาราธอนมาก แต่วันสุดท้ายแล้วไม่เป็นไร ให้ทำอะไรก็ยอม วันนี้อาจารย์ศิริพรแอบดุกว่าทุกวัน เหมือนเค้าผิดหวังในรุ่นเรา ก็รู้สึกผิดมาก อยากขอโทษอาจารย์ที่ไม่ตั้งใจ ที่ทำได้ไม่ดี คือตอนนี้เรามีความสุขกับทางโลกมาก วันๆ ไม่ต้องมาทุกข์ มาคิดเรื่องอะไรทั้งนั้น พอลากมาปฏิบัติธรรมก็เลยต่อต้านไม่อยากทำ ถ้าวันไหนเราทุกข์กับเรื่องทางโลก และความทุกข์นั้นทำให้เราเจ็บมากกว่าความเจ็บขาตอนนั่งสมาธิ ก็คงอยากกลับมาเข้าค่าย ฝากตัวฝากใจกับอ.ศิริพร และพี่โยคีอีกครั้ง แต่ไม่รู้อาจารย์จะรับอยู่ไหม



นศพ.ชนมน เมฆสุริเยนทร์ : วันที่3 : เปิดเช้ามาโดยการอบรมชุดใหญ่จากอ.ศิริพร รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย พอรับประทานอาหารเช้าก็เลยต้องเพิ่มการกำหนดให้มากขึ้น แต่พอฟังธรรมรู้สึกดี มีความฟุ้งซ่านน้อยลง

วันที่4 : รู้สึกประทับใจกิจกรรมที่ให้กราบขอขมาคุณพ่อ คุณแม่

วันที่7 : ฟังเทศน์ลำดับญาณ รู้สึกปวดมาก แต่สามารถนั่งฟังได้จนจบ

รู้สึกประทับใจค่ายนี้มาก ทำให้เราได้ฝึกสติ สมาธิมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการพัฒนาตัวเองให้มีความประพฤติ และปฏิบัติตน ในการอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตบนโลกมากขึ้น ได้ฝึกความอดทน เกิดความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเอง จากเดิม อยู่ปีหนึ่ง จากคำกล่างที่ว่า “ใช้ชีวิต freshy ให้สนุกเต็มที่” ทำให้เราตั้งใจเรียนน้อยลง เมื่อมาทำกิจกรรมค่ายนี้ทำให้รู้สึกผิดหวังกับตัวเอง และมีความตั้งใจในชีวิตเบื้องหน้า จะตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน และตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง



นศพ.ณัฐกานต์ รุ่งตรานนท์ : อยากลองพูดคุยกับอ.ศิริพร นะคะแต่กลัวอาจารย์ดุเลยไม่กล้า มีคำถามหลายอย่างมาก แต่ไม่เป็นไรค่ะ ถามไปอาจทำให้เราไม่มีความมานะพยายามหาคำตอบของมัน ดังนั้น หนูจะพยายามผึกปฏิบัติเพื่อจะได้มาซึ่งคำตอบค่ะ

หนูเสียดายที่วันแรกหนูหลับ แต่เนื้อหาที่สอนมาดีมากๆ หากนั่งฟังตั้งแต่แรกอาจทำให้ เข้าใจศัพท์บางคำมากกว่านี้ก็ได้



นศพ.ปองปวัน เชียรวิชัย : อยากให้อาจารย์จัดค่ายนี้ให้รุ่นน้องต่อไปอีก เพราะเป็นค่ายที่ฝึกความอดทนได้ดี ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น



นศพ.พัฒน์ธิดา มะโนรส : เป็นโครงการที่ดีมากๆ ค่ะ เหมาะสมกับยุคสมัยนี้ พัฒนาเด็ก และคนรุ่นใหม่ให้มีจิตใจที่ดี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี ขอบคุณมากๆ ค่ะที่จัดโครงการนี้ขึ้น



นศพ.นัจกร เทพสืบ : รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ดีแค่ไหน แต่ก็มีบ้างที่ไม่ตั้งใจ เพราะรู้สึกทรมาน เวลานั่งก็ปวดไปหมด เวลาเดินจงกรมก็คิดเรื่องอื่น แต่ก็ได้พยายามมากขึ้นในวันหลังๆ พออยู่นอกห้องปฏิบัติก็ฝึกกำหนดให้มาก จนรู้สึกว่ามีเสียง หนอ หนอ หนอ ในหัว

ฉันคิดอยู่ทุกวันที่ปฏิบัติว่า ฉันจะกลับมาที่นี่อีกกับพ่อแม่ และครอบครัว



คุณวรรณดา วังทองคำ อายุ 60 ปี (บุคคลภายนอก) : ทุกวันได้รับคำบรรยาย จากอาจารย์ศิริพร และอาจารย์พิชัย ดีมากๆ เลย เป็นการรอคอยอย่างมีความหวัง ว่าวันนี้ท่านจะเล่า และสอนอะไร นอกจากจะสอนวิปัสสนาแล้ว ท่านทั้งสองยังสอนศีลธรรม จริยธรรม ครบหมดทุกอย่าง แม้แต่ดิฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็มารื้อฟื้น สิ่งต่างๆ ที่คิดไม่ถึง หรือไม่ก็ลืมไปแล้ว จึงคิดว่าการอบรมครั้งนี้ เด็กนักศึกษาจะต้องได้ข้อคิดอะไรดีๆ และเอาไปปฏิบัติ

ขออาจารย์อย่าท้อเลยนะคะ ช่วยสอนนักศึกษาต่อไป จะได้เป็นคนดีมีคุณธรรม มีธรรมะอยู่ในใจ เป็นคนที่ดีต่อสังคมต่อไป



นศพ.จิราวัฒน์ เอี่ยมตระกูล : อยากฝากถึงวิทยากรนะครับว่า ควรดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีด้วยนะครับ ทุกครั้งที่อาจารย์ไอ ต้องเกิดอาการเสียวหนอ ระทึกหนอทุกครั้งไป

ควรจัดกิจกรรมนี้ในปีถัดๆ ไป เพื่อให้ นศพ.ในยุคต่อไปเกิดศีล เกิดธรรมะขึ้น



นศพ.ณัฐพล สิริโภคารัตนา : สอนทั้งวิชาทางโลก และวิชาทางธรรม และให้ผู้ปฏิบัติมีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ ในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข



นศพ.เกวลิน โฆษิตชัยวัฒน์ : ตั้งใจว่าจะทำเต็มที่ และก็สามารถทนความเจ็บปวดได้ แม้ว่าจะนั่งนานมากๆ

เข้าใจและรู้สึกใกล้ชิดกับพุทธศาสนา เพราะคำว่า ญาณ เนื่องจากรู้ว่าเราก็เข้าถึงญาณได้ จากแต่ก่อนที่คิดว่ามีแต่พระสงฆ์เท่านั้นที่เข้าถึงได้

รู้สึกเหมือนเพิ่งมาถึง จะต้องกลับแล้ว

ภูมิใจที่ได้มาเข้าร่วมการอบรมนี้



นศพ.วรัชญา นิ่มนวล : ฉันอาจไม่ใช่โยคีที่สมบูรณ์แบบดั่งที่อาจารย์ต้องการ ฉันยอมรับว่าตลอด 7 คืน ไม่มีคืนไหนเลยที่ฉันไม่พูดซักคำ (ฉันรู้สึกผิด T_T) แต่ต้องขอบอกอาจารย์ตอนนี้เลยนะคะว่า สิ่งที่หนูได้รับจริงๆ จากที่นี่คงเป็น “สติและสมาธิ” ซึ่งสิ่งนี้มันจำเป็นมากสำหรับอาชีพแพทย์ของหนู และต้องขอบพระคุณอาจารย์มากจริงๆ ค่ะ สำหรับความตั้งใจ และความอดทนที่ทนสอนเด็กดื้ออย่างพวกหนู

หนูสัญญาว่า 7 คืน 8 วันจากที่นี่ หนูจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด หนูเชื่อว่า “สติ” มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าเรามีมันติดตัวตลอดเวลา เราจะรู้จักคำว่า “พลาด” น้อยลง หนูพูดจากใจจริงนะคะว่า “หนูดีใจที่เป็นหมอเชียงใหม่ ได้มีโอกาสได้เข้าวิปัสสนาที่นี่ค่ะ”

ปล.สิ่งที่หนูอยากบอกอาจารย์ก็คือ ครั้งหนึ่งในชีวิต หนูอยากได้รักษาอาจารย์ผู้ที่มีพระคุณอย่างยิ่งค่ะ
รักอาจารย์ + วิทยากรมาก ^ ^



วันที่ : 23 มี.ค. 55 16:35
IP : 171.5.52.165
แจ้งลบ
ความเห็นที่ 1 วันที่ : 27 มี.ค. 55 13:17 IP : 124.122.249.145
โดยคุณ : ณัชร
ขออนุโมทนากับน้อง ๆ ทุกคนค่ะ

แจ้งลบ
* คำเตือน! ระบบมีการบันทึกเวลาและ IP Address ของท่านไว้สำหรับตรวจสอบ กรณีมีผู้ละเมิด
ร่วมแสดงความเห็น:
ชื่อ : *
อีเมล์ : *
ข้อความ : *
รหัส :* nXHjUK
 
 
 
 

มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่

มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่
ที่อยู่ : 4 ซอยจันทร์ศัพท์ ถนนห้วยแก้ว ตำบล ช้างเผือก อำเภอ เมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300
โทร : 053-225570   แฟกซ์ 053-225570
อีเมล์ : info@vipassanacm.com
 
หน้าแรก
ระเบียบการ
ตารางการอบรม
ภาพกิจกรรม
เรื่องเล่าจากอาจารย์
แผนที่
กระดานข่าว
ข่าวสาร
หลักธรรมะ
ไฟล์ธรรมะ
ติดต่อมูลนิธิ
รวมลิงค์
เช็คอีเมล์ 
สำหรับ Admin
สงวนลิขสิทธิ์ ©2008-2014 โดย มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่
ผู้เข้าชม: 1614791 ราย (พัฒนาโดย IC)